วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

VHL ในตับอ่อน เป็นอย่างไรบ้าง เกี่ยวกับเบาหวานอย่างไร? มาดูกรณีของผมกันครับ

ขึ้นเรื่องมาก็เป็นภาพควายสุดสวยเลยนะครับ พอดีนึกถึงรูปเจ้าควายตัวนี้ที่ไปเจอตอนไปตลาดน้ำอโยธยาที่อยุธยาครับ เค้าโฆษณาว่าเป็นควายที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก! ไปเห็นแล้วก็ตัวใหญ่จริงๆ ครับ แต่ไม่ทราบว่าใหญ่ที่สุดในโลกหรือเปล่า? ไม่เป็นไรครับ คงไม่ต้องเสียเวลาไปหาคำตอบเพราะสิ่งที่ได้จากการไปเที่ยวคราวนั้นก็คุ้มค่า สนุกสุขใจพอแล้วครับ

เข้าเรื่องกันเลยครับ บางคนอาจจะสงสัยจากหัวเรื่องว่าเจ้าโรค VHL นี้มันเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานได้อย่างไรกันหนอ? นั่นสิครับ แต่ก็เป็นไปแล้วครับ หลักฐานจากตัวผมนี่แหละ และจากเอกสารวิชาการก็เขียนไว้ชัดเจนครับ ว่าเกี่ยวข้องกับเบาหวานได้ สาเหตุก็เกิดจากเนื้องอกหรือถุงน้ำ (ต่อไปจะเรียกว่า ซีสต์ ,Cyst, นะครับ) ที่เกิดขึ้นที่ตับอ่อนครับ ซึ่งเราอาจจะทราบกันดีว่าหน้าที่อย่างหนึ่งของตับอ่อนที่นอกจากจะสร้างน้ำย่อยแล้ว ยังสร้างฮอร์โมนอินซูลิน (insulin) อีกด้วย ซึ่งการเกิดซีสต์หรือเนื้องอกที่ตับอ่อนอาจจะไปขัดขวางทางเดินของของเหลวที่สร้างจากตับอ่อนซึ่งรวมถึงฮอร์โมนอินซูลินนี้ด้วย ผลที่ตามมาก็คือเป็นเบาหวานครับ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดต่อไปผมต้องขอออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่แพทย์ดังนั้นข้อความที่ผมเขียนจึงไม่ได้เป็นข้อความที่จะรับรองความถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์ในทางวิชาการการแพทย์ครับ เพียงแต่ว่าเป็นประสบการณ์และความรู้จากการพูดคุย ปรึกษาแพทย์เนื่องจากผมเป็นโรคเอง และจากการศึกษาเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ทางวิชาการต่างๆครับ หากผู้อ่านท่านใดต้องการเอาไปใช้อ้างอิงผมแนะนำให้ไปค้นคว้าจากเอกสารที่เผยแพร่โดยตรงจากแพทย์ หรือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงนะครับ ที่ผมเขียนตรงนี้จุดประสงค์คือต้องการจะถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงมากกว่า และเป็นการพูดคุยกันแบบเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆครับ ต่อกันเลยละกันครับ..

อาการผิดปกติที่ตับอ่อนจากโรค VHL สามารถพบได้ในแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกันครับ บางครอบครัวที่เป็นโรคนี้อาจจะไม่พบอาการที่ตับอ่อนเลย ในขณะที่บางครอบครัวอาจพบได้ถึง 93% เลยทีเดียว และส่วนใหญ่แล้วโรค VHL ที่ตับถ้าเป็นแค่ซีสต์มักไม่มีอาการอะไรครับ ถึงแม้ซีสต์นั้นจะมีขนาดใหญ่ก็ตาม ยกเว้นว่าจะเป็นเนื้องอกซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆได้ แต่บางครั้งถ้าซีสต์นั้นมีขนาดที่ใหญ่มากๆก็อาจจะไปเบียดกระเพราะอาหารได้ ซึ่งก็จะทำให้รู้สึกไม่สบาย และอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อไป

เนื้องอกที่ตับอ่อน ตามปกติแล้วถ้ามีขนาดไม่ใหญ่เกินไป ก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเอาออก ยกเว้นว่ามันจะอยู่ในตำแหน่งที่จะไปขัดขวางทางเดินของของเหลว พวกน้ำย่อยหรือฮอร์โมนต่างๆที่สร้างจากตับอ่อนทำให้ไม่สามารถจะไหลไปตามท่อได้ตามปกติ จึงต้องทำการปรึกษาแพทย์ (ที่จริงเราไม่ทราบตั้งแต่แรกแล้วครับ แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยเองครับ) ซึ่งการที่บางครั้งเจ้าเนื้องอกนี้ไปขัดขวางทางเดินของฮอร์โมนอินซูลินก็จะทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานได้ครับ ดังเช่นตัวผมเองเป็นต้น ผมเป็นเบาหวานตั้งแต่เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้วครับ ที่ทราบเพราะน้ำหนักลดอย่างกระทันหัน และแพทย์ซึ่งรักษาโรค VHL ของผมอยู่ท่านบอกให้มาตรวจเบาหวาน นั่นแหละครับถึงได้ทราบว่าเป็น น้ำตาลตอนนั้นวัดได้ 300 กว่า ซึ่งก็รักษาด้วยการทานยาทันทีต่อเนื่องมาจนวันนี้ครับ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี ยังอยู่ที่ 150-160 อยู่เลย น้ำตาลสะสมก็อยู่ที่ 8.5 ซึ่งถือว่าควบคุมได้ไม่ดีครับ ต่อกันเรื่องวิชาการอีกนิด สำหรับอาการอื่นๆที่ท่านต้องสังเกตตัวเองว่ามีหรือไม่เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโรค VHL ที่ตับอ่อนก็คือ อาการตัวเหลือง ปวดเมื่อย ท้องเสียผิดปกติ (อาจจะไม่ใด้เกิดจากการกินอาหารไม่สะอาด) เป็นต้น เห็นท่าไม่ดีก็ต้องรีบไปพบแพทย์นะครับ

ตอนนี้ตัวผมเองก็พยายามออกกำลังกายให้ได้ทุกวัน ซึ่งหลายๆครั้งก็ทำไม่ได้ แต่ก็ยังทำต่อไป สนุกดีครับ... แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าซึ่งบางตอนก็อาจจะเอาเรื่องทั่วๆไปมาเขียน อย่าเพิ่งเบื่อกันนะครับ สวัสดีครับ...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น